Safety Guidances (Thai)

คู่มือการจัดการภัยพิบัติ

ข้อมูลทั่วไป

 

คุณได้เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติแล้วหรือยัง

1.พูดคุยกับครอบครัวของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดภัยพิบัติ และสิ่งที่ต้องเตรียมรับภัยพิบัติ

เพราะภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่มีอะไรบอกล่วงหน้า คุณควรจะพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อนๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดภัยพิบัติ เพื่อไม่ให้ทุกคนเกิดความตระหนก คุณควรจะพูดคุยในเรื่องต่อไปนี้

l วิธีติดต่อสื่อสาร และสถานที่นัดพบ

l วิธีแจ้งให้คนอื่นรู้ว่าคุณปลอดภัย

l วิธีที่ดีที่สุดในการติดต่อคุณเมื่อโทรศัพท์มือถือของคุณใช้งานไม่ได้(สไกป์ เฟสบุค ทวิตเตอร์ ฯลฯ)

2. จัดชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน 

l ไฟฉาย วิทยุเคลื่อนที่ น้ำดื่ม ของมีค่า ยา เงินสด บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชน เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ถุงมือ หมวกกันน็อค ฯลฯ

3. หาศูนย์อพยพที่ใกล้ที่สุด

4. เข้าร่วมซ้อมแผนหลบภัยของชุมชน หรือทดลองใช้เครื่องจำลองภัยพิบัติ

5. ช่วยเหลือบุคคลที่อ่อนแอในชุมชนถ้าคุณทำได้

ภูเขาไฟระเบิด

ภูเขาไฟระเบิดคืออะไร

ภูเขาไฟระเบิดเกิดจากการเคลื่อนตัวของหินหนืดจากใต้พิภพสู่พื้นผิวโลกโดยมีแก๊สหรือการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกเป็นเหตุปัจจัย ภูเขาไฟระเบิดอาจก่อให้เกิดเถ้าภูเขาไฟ เศษหินภูเขาไฟถูกพ่นออกจากปล่องภูเขาไฟ และเกิดการไหลท่วมของลาวาออกตามรอยแยกซึ่งแผ่กระจายไปทุกทิศทางครอบคลุมพื้นที่รัศมีสูงสุดถึงหนึ่งพันไมล์

ผลกระทบจากการเกิดภูเขาไฟระเบิดคืออะไร

l กลุ่มควันความร้อนที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 300 ถึง 700องศาเซลเซียสที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่า 70 กม.ต่อชั่วโมง

l วัตถุภูเขาไฟที่ประกอบด้วยหินที่อุณหภูมิสูงกว่า 200 องศาเซลเซียส

l ฝนเถ้าภูเขาไฟที่เป็นกรดซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และสายตาของคุณ และยังสร้างความเสียหายให้กับน้ำใต้ดิน และต้นไม้

l ลาวา ซึ่งเป็นของเหลวที่มีความหนืดที่มีอุณหภูมิระหว่าง 700 ถึง 1200 องศาเซลเซียส

l แก๊สพิษที่พ่นออกมาจากปล่องภูเขาไฟ หรือรอยแยก

l เกิดคลื่นสึนามิหากภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิด

ศูนย์บรรเทาพิบัติภัยจากภูเขาไฟระเบิด และธรณีพิบัติภัย (The Volcanology and Geology Disaster Mitigation Center) ได้แบ่งสถานะของภูเขาไฟเป็น

เตือน: การระเบิดอาจเกิดขึ้นได้ภายใน 24 ชั่วโมง

เฝ้าระวัง: การระเบิดอาจเกิดขึ้นได้ภายในสองสัปดาห์

เตรียมพร้อม: การครุกรุ่นของภูเขาไฟ และการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกกำลังเพิ่มขึ้น

ปกติ: ไม่มีกากรครุกรุ่นของภูเขาไฟ

 

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

ก่อนเกิดภูเขาไฟระเบิด

l ทราบพื้นที่เสี่ยงภูเขาไฟระเบิด

l เตรียมสถานที่หลบภัย

l เตรียมเส้นทางหลบภัย

l จัดชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินทีสามารถใช้งานได้นาน 3 วัน

l เข้าร่วมฝึกอบรมการอพยพฉุกเฉินไปยังสถานที่หลบภัยเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการอพยพ และแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินของชุมชน

l เฝ้าระวังสัญญาณแจ้งเตือนภัยถูเขาไฟระเปิด เช่น ดินไหลและน้ำป่า ดินถล่มและลูกเห็บ ฝนเถ้าภูเขาไฟและฝนกรด และสึนามิ

ขณะเกิดภูเขาไฟระเบิด

l อพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด

l หลีกเลี่ยงการอพยพไปในทิศทางเดียวกับลม และหลีกเลี่ยงแม่น้ำที่มีต้นสายใกล้กับภูเขาไฟที่มีการระเบิด

l อยู่ให้ห่างจากสถานที่อันตรายที่ในแผนที่ความเสี่ยงระบุไว้

l หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ให้หนีออกห่างแม่น้ำและไปในที่สูงกว่า เนื่องจากอาจมีดินไหลในบริเวณใกล้ๆ

l หากติดอยู่ในที่อยู่อาศัยให้ปิดหน้าต่าง ประตู และปิดรูให้หมด เก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในลานจอดรถ หรือสถานที่คล้ายกัน เก็บสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ไว้ในสถานที่ปิด

l หากคุณอยู่ในสถานที่เปิด ให้มองหาที่หลบภัย

l อยู่ในท่าที่ปลอดภัย (หมอบ และใส่เครื่องป้องกันศีรษะกระแทก) หากมีลูกเห็บตก

l ระวังดินไหลจากแม่น้ำ

l ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ และปิดหน้าเมื่อเกิดฝนกรด

 

หลังเกิดภูเขาไฟระเบิด

l อยู่ให้ห่างจากเถ้าภูเขาไฟ

l ไม่เดินทางกลับที่อยู่อาศัยจนกว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของคุณจะอนุญาต

l เมื่ออยู่นอกอาคารให้ปิดปาก ปิดจมูก เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ระบบทางเดินหายใจ

l ใส่แว่นกันลมเพื่อปกป้องดวงตา และใส่ผ้าคลุมเพื่อปกป้องผิวหนังของคุณ

l กำจัดเถ้าภูเขาไฟออกจากหลังคาบ้านของท่านตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม

l หลีกเลี่ยงการขับขี่ในเส้นทางที่มีเถ้าภูเขาไฟ เพราะอาจเกิดความเสียหายต่อยานพาหนะของคุณได้

l ถ้าคุณมีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โปรดหลีกเลี่ยงการสัมผัสเถ้าภูเขาไฟ

l ช่วยเหลือเพื่อนบ้านของคุณ โดยเฉพาะคนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

เมื่ออพยพให้ระวัง

l โรคติดต่อ

l อาหารเป็นพิษ

l ภาวะขาดสารอาหาร

l ภาวะเครียดภายหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

รักษาสุขอนามัย

l ขับถ่ายในห้องสุขาเสมอ

l ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

l ดื่มน้ำต้ม

ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิด

l การบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตจากกลุ่มควันความร้อนหรือลาวา

l โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือสายตา ที่เกิดจากการระคายเคืองจากเถ้าภูเขาไฟ

l แก๊สพิษ

l การอพยพ

หลักฐานอ้างอิง

แผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวคืออะไร

แผ่นดินไหว(Lindu = Javanese, Lini = Sundanese, Goyang Tanah = Sulawesi)เป็นปรากฏการณ์การสั่นสะเทือนของพื้นผิวโลก ที่เกิดจากการแตก หรือการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกชั้นบนสุด

ประเภทของแผ่นดินไหว

l แผ่นดินไหวจากภูเขาระเบิด คือการสั่นสะเทือนของพื้นดินที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิด

l แผ่นดินไหวจากพลังงานใต้เปลือกโลก คือการสั่นสะเทือนของพื้นดินอย่างรุนแรงที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก

ผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวคืออะไร

แผ่นดินไหวสามารถทำลายตึก บ้านเรือน สะพาน ถนน ฯลฯ ได้ นอกจากนี้หลังเกิดแผ่นดินไหวแล้วอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อค สึนามิ ดินถล่ม ไฟป่า ฯลฯ ติดตามมา

ความรุนแรงของแผ่นดินไหว

D7: ตึกหลายตึกถล่ม เกิดรอยแยกที่พื้นดิน

D6: ไม่สามารถยืนและเดินได้ ตึกที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงถล่ม

D5+: เดินได้อย่างลำบาก เฟอร์นิเจอร์ที่รากฐานไม่มั่นคงล้ม

D5: มีกระจกแตกบ้าง จานและหนังสือตกจากชั้นวางของ

D4: รูปภาพที่แขวนไว้สั่น

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

ก่อนเกิดแผ่นดินไหว

l สร้างที่อยู่อาศัยที่มีโครงสร้างรองรับการเกิดแผ่นดินไหว

l วางของหนักไว้ที่พื้น

l แขวนภาพวาด หรือกระจกขนาดใหญ่ให้ห่างจากเตียง โซฟา และเก้าอี้

l หาสถานที่หลบภัยในบริเวณใกล้เคียง

l สร้างเส้นทางหลบภัยไปยังสถานที่หลบภัย

l เข้าร่วมฝึกอพยพฉุกเฉินไปยังสถานที่หลบภัย

l จัดชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่มีเสบียง อุปกรณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งยา อาหารแห้ง เสื้อผ้าสำรอง ไฟฉาย ฯลฯ สำหรับใช้งานสามวัน

ขณะเกิดแผ่นดินไหว

l ไม่ตื่นตระหนก และอยู่ในท่าที่ปลอดภัย (ก้มหน้าหมอบเพื่อปกป้องหน้าอก เอามือประสานไว้ที่เหนือศีรษะและต้นคอ และพร้อมที่จะยืนได้อย่างรวดเร็ว)

l เมื่อการสั่นสะเทือนสิ้นสุดให้ออกจากห้อง

l หากอยู่ในบ้านให้หลบใต้เก้าอี้หรือโต๊ะที่แข็งแรง อยู่ให้ห่างจากประตู หน้าต่าง แก้ว กระจกขนาดใหญ่ ตู้เสื้อผ้า และของที่แขวนและอาจร่วงหล่นได้ ให้ระวังเศษกระจกเมื่อออกจากห้อง

l หากอยู่ในอาคารที่มีหลายชั้น ให้ใช้บันไดฉุกเฉินแทนลิฟต์ หลบอยู่ในชั้นที่คุณอยู่ รอจนกว่าการสั่นสะเทือนจะสิ้นสุด จากนั้นให้ออกจากอาคารทางบันไดโดยสงบ และเป็นระเบียบ

l หากเป็นเวลากลางคืน ให้หลบใต้เก้าอี้หรือโต๊ะที่แข็งแรง รอจนกระทั่งการสั่นสะเทือนสิ้นสุดแล้วจึงออกมาข้างนอกด้วยความสงบ

l หากอยู่ในฝูงชน ให้อยู่ในความสงบ และข้อร้องให้ผู้อื่นอยู่ในความสงบเช่นเดียวกัน เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติให้พยายามออกไปข้างนอก หลีกเลี่ยงการเดินใกล้ตึก และต้นไม้ ระวังอาฟเตอร์ช็อค

l หากอยู่นอกอาคาร ให้มองหาที่โล่ง

l หากกำลังขับขี่ ให้จอดและออกจากยานพาหนะ และนั่งหมอบข้างๆยานพาหนะ ไม่จอดยานพาหนะใกล้ตึก ต้นไม้ เสาไฟฟ้า สะพาน สะพานลอย หรืออุโมงค์

l หากอยู่ในที่สูง ถ้าอยู่ใกล้หน้าผาให้ระวังดินถล่ม

l หากอยู่ที่ชายหาด ให้วิ่งไปหลบในที่สูงโดยเร็วที่สุด

l รับฟังข้อมูลภัยพิบัติเสมอ

หลังเกิดแผ่นดินไหว

l โปรดอยู่ในความสงบ

l ยืนยันว่าคุณและครอบครัวของคุณปลอดภัย

l ช่วยเหลือบุคคลที่อ่อนแอโดยเฉพาะคนชรา เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนพิการ

l ถ้าคุณติดอยู่ภายในอาคารให้พยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

l ถ้าคุณมองเห็นควันไฟ ให้ระวังว่าไฟอาจไหม้รุนแรงมากกว่าที่คุณคิด

l ปิดวาล์วแก๊ส และปั๊มน้ำ

l สับคันโยกของสะพานไฟ

l ระวังของหล่นเมื่อเปิดตู้

l ปกป้องร่างกายของคุณด้วยการใส่เสื้อแขนยาว กางเกง และถุงมือเมื่อทำความสะอาด

l ระวังอาฟเตอร์ช็อค และตึกที่อาจถล่ม

l ไม่กลับเข้าบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

หากคุณจำเป็นต้องอพยพให้ระวัง

l โรคติดต่อ

l อาหารเป็นพิษ

l ภาวะขาดสารอาหาร

l ภาวะเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

รักษาสุขอนามัย

l ขับถ่ายในห้องสุขาเสมอ

l ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

l ดื่มน้ำต้ม

ปัญหาสุขภาพทีเกิดจากแผ่นดินไหว

l การบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

l การบาดเจ็บบริเวณกระดูกและบาดแผล

l ภาวะเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

l การอพยพ

หลักฐานอ้างอิง

สึนามิ

สึนามิคืออะไร

“สึนามิ” เป็นคำที่มาจากภาษาญี่ปุ่นคำว่า “สึ” ที่หมายถึง ”ชายฝั่ง” และ”นามิ”ที่หมายถึง”คลื่น” สึนามิคือคลื่นทะเลที่เกิดหลังการเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินถล่มใต้ทะเล หรือภูเขาน้ำแข็งถล่ม พลังการทำลายล้างรุนแรงของสึนามินั้นเป็นที่รู้กันดี

สัญญาณเตือนสึนามิ

l แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว

l ระดับน้ำทะเลลดลง และทำให้ขอบทะเลถอยร่นจากชายฝั่ง

l มีลมเย็น และมีกลิ่นเค็มพัดมาจากทะเล

l คลื่นสีดำขนาดใหญ่กลางทะเลมองเห็นได้จากชายฝั่ง

l มักเกิดขึ้นทันทีหลังแผ่นดินไหว

สาเหตุของสึนามิ

l การเกิดแผ่นดินไหวไม่ได้ทำให้เกิดสึนามิทุกครั้ง

l แผ่นดินไหวจะส่งผลให้เกิดสึนามิเมื่อ

  • แผ่นเปลือกโลกแตกในแนวตั้ง และยกตัวขึ้นใต้ทะเล
  • มีความรุนแรงมากกว่า 6.0 ริกแตอร์

· ความลึกของจุดเกิดแผ่นดินไหวน้อยกว่า 40 กม.[A1]

l มีการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลทำให้เกิดการถ่ายโอนพลังงานสู่คลื่นในทะเล

l ภูเขาไฟใต้ทะเลถล่มทำให้เกิดคลื่นสูง

l การกัดเซาะความถี่สูงที่บริเวณชายฝั่ง หรือพื้นทะเลทำให้ผิวน้ำมีสภาวะไม่คงที่

l ตะกอนปริมาณมากเข้าสู่ทะเล ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในแนวตั้ง

สึนามิก่อตัวอย่างไร  

l แผ่นดินไหวทำให้เกิดรู และรอยแตกที่พื้นทะเล

l น้ำทะเลเข้าไปในรอยแตกทำให้ขอบทะเลถอยร่นจากชายฝั่ง

l รูเต็มไปด้วยน้ำทะเลทำให้น้ำทะเลพุ่งออกไปทุกทิศทางรวมทั้งชายฝั่ง ส่งผลให้เกิดสึนามิ

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

ก่อนเกิดสึนามิ

l หากพักอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งให้เตรียมพร้อมเสมอ

l หาสถานที่หลบภัยพร้อมครอบครัว

l เตรียมเส้นทางหลบภัย

l จัดชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน พร้อมเตรียมเสบียงสำหรับ 3 วัน

l เข้าร่วมฝึกอพยพฉุกเฉินไปยังสถานที่หลบภัย

l สังเกตสัญญาณเตือนในกรณีฉุกเฉินโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากแผ่นดินไหว

ขณะเกิดสึนามิ

l ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของคุณ

l หากอยู่ภายในบ้าน โปรดอยู่ในความสงบ และพาสมาชิกในครอบครัวไปอยู่ในที่สูง

l หากอยู่ที่ชายหาด ให้ไปในที่สูง อยู่ห่างจากแม่น้ำ และอพยพโดยเร็ว ไม่ต้องรอฟังคำแนะนำ

l ในพื้นที่เสี่ยงภัยสึนามิมักจะมีสถานที่หลบภัยเสมอ

l อพยพตามเส้นทางอพยพ

l อยู่ห่างจากสะพาน

l เป็นการดีกว่าที่จะอพยพด้วยการเดินหรือวิ่ง

l หากใช้ยานพาหนะในการอพยพและมีการจราจรคับคั่ง ให้หยุด ล็อค และจอดทิ้งไว้

l เมื่อไปถึงที่สูง ให้รออยู่ เนื่องจากคลื่นลูกที่สองหรือลูกที่สามอาจจะใหญ่กว่าลูกแรก

l ไม่เดินทางกลับที่อยู่อาศัยจนกว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของคุณจะอนุญาต

หลังเกิดสึนามิ

l กลับบ้านหลังจากได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของคุณ

l ทำความสะอาดบ้านของคุณ และบริเวณโดยรอบ

l กำจัดลูกน้ำ และรังของแมลงชนิดอื่น

l ทำให้น้ำสะอาดก่อนดื่ม

หากคุณจำเป็นต้องอพยพให้ระวัง

l โรคติดต่อ

l อาหารเป็นพิษ

l ภาวะขาดสารอาหาร

l ภาวะเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

รักษาสุขอนามัย

l ขับถ่ายในห้องสุขาเสมอ

l ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

l ดื่มน้ำต้ม

ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสึนามิ

l การบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตจากการถูกคลื่นดูด

l การบาดเจ็บหรือการเสียชีวิต เพราะถูกซากปรังหักพัง

l การบาดเจ็บบริเวณกระดูกและบาดแผล

l ภาวะเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

ข้อควรจำ

l หลีกเลี่ยงการอาศัยอยู่ที่บริเวณชายฝั่ง

l สัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์มักจะมีอาการตื่นตระหนกก่อนเกิดสึนามิ

หลักฐานอ้างอิง

ผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยว

นักเดินทางที่ถูกลอยแพ คือบุคคลที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้หลังจากเกิดภัยพิบัติเนื่องจากการจราจรคับคั่ง หรือระบบขนส่งสาธารณะขัดข้อง

สิ่งที่ต้องทำเมื่อคุณกลายเป็นนักเดินทางที่ถูกลอยแพ

l ไม่ย้ายที่พำนักมากเกินจำเป็น ระบุตำแหน่งสถานที่ที่คุณอยู่ และแจ้งยืนยันว่าคุณปลอดภัย

l เวลาเดินทางไปทำงานให้พกน้ำดื่ม

l เมื่อระบบขนส่งสาธารณะไม่สามารถใช้การได้ให้หาที่หลบภัย และที่พักสาธารณะที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย

อุทกภัย

อุทกภัยคืออะไร

“อุทกภัย”คือสภาวะที่พื้นที่โดยปกติไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยน้ำเกิดจมอยู่ใต้น้ำ

สาเหตุของอุทกภัย

เกิดจากธรรมชาติ

l เมื่อเกิดฝนตกหนัก และแม่น้ำ ทะเลสาบ หนองน้ำ และพื้นดินไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำทั้งหมดได้

l ระดับพื้นดินต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

l กระแสน้ำ

l คลื่นพายุหมุนซัดฝั่งทีเกิดขึ้นพร้อมพายุหมุนโซนร้อน

เกิดจากการกระทำของมนุษย์ทางอ้อม

l การปลูกบ้านริมแม่น้ำ

l การสร้างชุมชนที่ไม่เหมาะกับสภาพดิน

l การทำลายป่า

l การทิ้งขยะที่ไม่เหมาะสม (เช่น ทิ้งขยะในแม่น้ำ หรือท่อระบายน้ำ)

ประเภทของอุทกภัย

l น้ำล้นตลิ่งซึ่งเกิดขึ้นตามฤดูกาล

l น้ำล้นชายฝั่งซึ่งเกิดจากกระแสน้ำ

l น้ำท่วมฉับพลันซึ่งเกิดขึ้นทันทีหลังจากน้ำป่าไหลหลากจากฝนตกหนัก และมักเกิดในหุบเขาหรือหลังหุบเขา

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

ก่อนเกิดอุทกภัย

l ทำความสะอาดทางระบายน้ำร่วมกับเพื่อนบ้าน

l ติดตั้งระบบตรวจสอบและเตือนภัยในบริเวณแม่น้ำที่มักเกิดอุทกภัยหลายๆ จุด

l ติดตั้งปั๊มน้ำในบริเวณที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

l เริ่มโครงการปลูกป่าในบริเวณต้นน้ำ

l ทิ้งขยะให้เหมาะสม

l เก็บเอกสารสำคัญ และของมีค่าอื่นๆ ไว้ในที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง

l เก็บน้ำดื่มไว้ในถังเก็บน้ำสำรอง

ขณะเกิดอุทกภัย

l สับคันโยกของสะพานไฟ

l พาครอบครัวอพยพไปยังสถานที่ตกลงกันไว้โดยเร็วที่สุด และอยู่ในความสงบ

l เลี่ยงการเดินใกล้บริเวณท่อระบายน้ำ

l ใช้น้ำสะอาดอย่างประหยัด

หลังเกิดอุทกภัย

l ทำความสะอาดบ้านและบริเวณโดยรอบ ใช้ยาฆ่าเชื้อกำจัดแบคทีเรีย และเชื้อโรคอื่นๆ

l กำจัดลูกน้ำและรังของแมลงชนิดอื่น

l ซ่อมแซมห้องสุขา และระบบระบายน้ำเสีย

l เพื่อป้องกันโรคติดต่อ (เช่น ท้องร่วง) ทำให้น้ำสะอาดก่อนนำมาใช้ (เช่น นำไปต้ม)

หากคุณจำเป็นต้องอพยพให้ระวัง  

l โรคติดต่อ เช่น ISPA ท้องร่วง โรคหัด

l อาหารเป็นพิษ

l ภาวะขาดสารอาหาร

l ภาวะเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

 

ปัญหาสุขภาพทีเกิดจากอุทกภัย

l การเสียชีวิตจากการจมน้ำหรือถูกไฟดูด

l ISPA.

l ท้องร่วง

l โรคผิวหนัง

l โรคฉี่หนู(โรคที่เกิดจากแบคทีเรียในฉี่หนู)

l โรคหัด

l สัตว์กัดต่อย (งู หนู ฯลฯ)

l อุบัติเหตุ (ไฟดูด จมน้ำ ถูกคลื่นซัดหายไป)

l การอพยพ

รักษาสุขอนามัย

l ขับถ่ายในห้องสุขาเสมอ

l ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

l ดื่มน้ำต้ม

วิธีลดความเสี่ยงทางด้านสุขภาพจากอุทกภัย

l ไม่ใช้น้ำที่มีการปนเปื้อนในการบริโภค อาบ และซักล้าง

l ล้างมือด้วยสบู่หลังใช้สุขา ก่อนทำอาหาร และก่อนรับประทานอาหาร

l ต้มน้ำก่อนดื่ม

l ใส่รองเท้าบู้ทเมื่อคุณจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ

l ฆ่าเชื้อทำความสะอาดพื้นผิว

หลักฐานอ้างอิง

ไข้หวัดนก

ศึกษาข้อมูลต่อไปนี้เพื่อเลี่ยงการแพร่เชื้อไข้หวัดนกและไข้หวัดหมู

ไข้หวัดนก

“Avian influenza (AI)”เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดในสัตว์ปีก (โดยเฉพาะสัตว์ปีกที่อาศัยในน้ำ เช่น เป็ดป่า และห่าน) ซึ่งส่วนมากจะไม่แสดงการเจ็บป่วยที่เห็นได้ชัด บางครั้งไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายมายังสัตว์ปีกที่เป็นสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้เกิดการระบาดรุนแรง นอกจากนี้ไวร้ส AI บางตัวยังถูกระบุว่าสามารถแพร่เชื้อไปยังสัตว์อื่นได้ และทำให้เกิดโรค หรือการติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการในมนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

l ไม่สัมผัสนกที่ป่วยหรือตาย หากมีการสัมผัสให้ล้างมือด้วยสบู่ทันที และแจ้งให้หัวหน้าทราบ

l ล้างมือและอุปกรณ์ทำอาหารด้วยน้ำยาก่อนทำอาหาร และรับประทานอาหาร

l รับประทานไก่ และไข่ที่ปรุงสุก

l ไม่เลี้ยงนกในบริเวณเดียวกับที่คนอาศัยอยู่ เมื่อซื้อนกใหม่ให้เลี้ยงแยกกรงกับนกที่มีอยู่เดิมเป็นเวลา 2 สัปดาห์

l เดินทางไปที่ Puskesmas (สถานบริการอนามัย) เมื่อคุณเป็นหวัด หรือมีไข้หลังจากสัมผัสสัตว์ปีก

l สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง (ผู้ชำแหละสัตว์ปีก ผู้ขาย ผู้ซื้อ ผู้เลี้ยงเป็ดไก่ เจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการ บุคลากรทางการแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยไข้หวัดนก คนงานในฟาร์ม ฯลฯ) ให้สวมใส่ชุดป้องกันการติดเชื้อ หน้ากาก เสื้อคลุมห้องปฏิบัติการ ถุงมือ แว่นกันลม ขณะปฏิบัติงานเสมอ

l เมื่อทำงานเสร็จให้ถอดชุดป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นให้ล้างมือด้วยสบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อ และน้ำสะอาด

l ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำสะอาดทุกครั้งเมื่อสัมผัสสัตว์ปีก

**รูปหน้ากากและวิธีล้างมือ

 

ไข้หวัดหมู

เชื้อไว้รัสไข้หวัดใหญ่ A H1N1 หรือไข้หวัดหมูเป็นโรคระบาดที่สามารถติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ตรงผ่านการไอจามของผู้ติดเชื้อ ทุกวันนี้ผู้ป่วยจะไม่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง และส่วนมากจะหายเป็นปกติ

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

l ล้างมือด้วยน้ำเปล่าให้น้ำไหลผ่านมือ ใช้สบู่ และเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู หรือผ้าสะอาด

l ปิดปากเวลาไอจาม

l หากมีอาการไข้หวัดใหญ่ ให้สวมหน้ากาก หลีกเลียงการพบปะกับผู้คน ไปพบแพทย์ และพักผ่อนที่บ้าน

l เมื่อเดินทางไปต่างประเทศให้ระวังติดโรค

หลักฐานอ้างอิง

  • http://penanggulangankrisis.depkes.go.id/article/view/6/1701/%E2%80%9DTANGGAP%E2%80%9D-FLU-BURUNG-DAN-WASPADA-FLU-BABI.htm
  • http://www.who.int/mediacentre/factsheets/avian_influenza/en/index.html

พายุนาคเล่นน้ำ (ทอร์นาโดขนาดเล็ก)

พายุนาคเล่นน้ำคืออะไร

“พายุนาคเล่นน้ำ”คือปรากฏการณ์ลมหมุนที่ความเร็ว 120 กม./ชั่วโมง ซึ่งกินเวลาประมาณ 1-5 นาที พายุนี้มีความรุนแรงมากพอที่หอบบ้านทั้งหลัง และสิ่งอื่นๆ ตามเส้นทางที่พัดผ่าน สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ชุมชุม ในบางพื้นทีของอินโดนีเซียเรียกพายุนาคเล่นน้ำ หรือทอร์นาโดขนาดเล็กว่า Puting Beliung, Angin Puyuh, หรือ Angin Lesus.

สัญญาณเตือนพายุนาคเล่นน้ำ

นี่คือสัญญาณเตือนว่าพายุนาคเล่นน้ำกำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้

l มีเมฆสีดำขนาดใหญ่ และสูง (บางครั้งอาจมีลมหมุน)

l ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า มองเห็นในได้จากระยะไกล และมักมีพายุฝน และลูกเห็บตกร่วมด้วย

l ได้ยินเสียงลมดังอื้ออึง

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

เมื่อเกิดพายุนาคเล่นน้ำให้หลบอยู่ในอาคารจนกว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของคุณจะแนะนำให้อพยพ  

หากอยู่ในอาคาร

l อยู่ในห้องที่ปลอดภัยที่สุด

l ปิดและล็อคประตู หน้าต่างทุกบาน อยู่ห่างจากหน้าต่าง

l สับคันโยกของสะพานไฟ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า และแก๊ส

l อยู่ให้ห่างจากของที่เป็นตัวนำไฟฟ้า

l ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของคุณ

หากอยู่ภายนอกอาคาร

l เข้าไปหลบในอาคารโดยเร็วที่สุด

l หากเกิดไฟสว่างหรือฟ้าแลบ ให้นั่งยองๆ ดันเข่าเข้ามาชิหน้าอก

l ไม่นอนราบกับพื้น

l หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง (เช่น สนาม ฯลฯ)

l อยู่ให้ห่างจากสิ่งของทีมีความสูง (เช่น ต้นไม้ เสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์ ป้ายโฆษณา ฯลฯ)

l อยู่ให้ห่างจากทางระบายน้ำ แม่น้ำ หนองน้ำ หรือทะเลสาบ

หากอยู่ในรถ

l ให้จอดรถ และหาสถานที่ปลอดภัยที่อยู่ห่างจากต้นไม้ เสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์ หรือของอย่างอื่นที่อาจล้มได้ง่าย

l หลบอยู่ในรถและเปิดไฟฉุกเฉินไว้

l ไม่จอดรถ และขับรถบนถนนที่น้ำอาจท่วมถึง

หลังเกิดพายุนาคเล่นน้ำ

l ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณและครอบครัวปลอดภัย

l ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากจำเป็น

l แจ้งปัญหาไฟฟ้า แก๊ส ทำงานผิดผกติ หรือความผิดปกติอื่นๆ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของท่านทราบ

ปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากพายุนาคเล่นน้ำ

l การเสียชีวิตจากซากปรักหักพังหล่นทับหรือการถูกฟ้าผ่า

l เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ

หลักฐานอ้างอิง

ธรณีพิบัติภัย

หากคุณอาศัยใกล้ภูขาหรือหุบเขา

l รู้จักสถานที่หลบภัยที่ใกล้ที่สุด

l ตรวจสอบความเสี่ยงต่อการเกิดดินไหลทุกวัน

l ดินไหลเกิดขึ้นในเวลาฝนตกหนัก หากปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มม.หรือมากกว่า 20 มม. ต่อชั่วโมง ให้ระวังดินไหล

l ศึกษาทำความคุ้นเคยกับสัญญาณเตือนภัยบอกเหตุดินไหลล่วงหน้า

ธรณีพิบัติภัยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ดินถล่ม ดินไหล และหินร่วง

l ดินถล่ม เป็นธรณีพิบัติภัยที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของดิน หิน และทรายจากเนินเขาที่ถูกทำลายลงสู่หุบเขาเนื่องจากฝนตกรุนแรงในฤดูฝน โปรดเฝ้าระวังสัญญาณเตือนภัยดินถล่ม เช่น ปริมาณน้ำไหลลดลงเนื่องจากเกิดการอุดตันในภูเขาแม้ว่าขณะนั้นจะมีฝนตก

l ดินไหลเกิดขึ้นช้าๆ เป็นการเคลื่อนตัวของมวลดินลงมาตามลาดเขา สาเหตุหลักของดินถล่มคือดินบริเวณภูเขานั้นไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้อีกต่อไปหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องอย่างรุนแรง เมื่อถึงจุดหนึ่งดินจะชุ่มน้ำ ทำให้น้ำหนักของดินเพิ่มขึ้น และแรงยึดเกาะระหว่างมวลดินลดลง ทำให้เกิดการเลื่อนไหลของมวลดิน

*เฝ้าระวังสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้

1. รอยแตกบนถนน และหุบเขา

2. มีน้ำพุ่งจากพื้น แต่ไม่ใช่น้ำพุ

3. มีเสียงอื้ออึง ต้นไม้ หรือเสาไฟล้มเอียง

4. น้ำในแหล่งน้ำขุ่น ระดับน้ำในหนองน้ำ หรือห้วยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • หินหล่น”เกิดจากแผ่นดินไหว หรือฝนตกหนักบริเวณหน้าผาสูงชัน ทำให้ดินมีความชุ่มน้ำ และแรงยึดเกาะระหว่างมวลดินน้อยลงทำให้เกิดหินหล่น

* น้ำพวยพุ่งในภูเขา การล้มคว่ำ รอยแตก เกิดขึ้นเมื่อมีรอยนูนบนภูเขา

ดินไหลคืออะไร

“ดินไหล” คือการเคลื่อนตัวของหิน มวลดิน หรือทั้งสองอย่างลงมาที่เชิงเขา

เฝ้าระวังดินไหลเมื่ออยู่ที่

l บ้านที่สร้างบนพื้นที่สูงชัน บนดินอ่อน ใกล้แม่น้ำ

l บ้านที่สร้างติดลำห้วยและภูเขา

l มีการถมที่ดินบนเขาเพื่อสร้างที่พักอาศัย

l โพรงรอบภูเขามีความเสี่ยงต่อดินไหล

l มีฝนตกหนัก

สัญญาณเตือนภัยดินไหล

l รอยแตกยาวในภูเขา

l เสียงดังอืออึง หรือสั่นสะเทือนที่พื้นดิน

l ภูเขามีรอยอแยก

l การล้มของต้นไม้ เสาไฟฟ้า และบ้านเรือน

l เกิดการรั่วไหลของน้ำอย่างฉับพลันบนพื้นที่สูงชัน

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

ก่อนเกิดดินไหล

l มองหาพื้นที่สีเขียวที่มีไม้ยืนต้น (เช่น ไม้เนื้อแข็ง ต้นไผ่ ฯลฯ)

l ปลูกพืชแบบขั้นบันไดตามพื้นที่ลาดชัน

l ไม่ตัดต้นไม้โดยไม่มีหลักการ

l ปิดรอยแยกที่หน้าผาด้วยวัสดุกันน้ำ (เคลย์) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนซึมลงสู่พื้นดิน

เมื่อเกิดดินไหล

l อยู่ในความสงบ

l มองหาที่ปลอดภัย

l หลีกเลี่ยงทางที่ดินเคลื่อนตัว

หากคุณติดอยู่ในอาคาร

l หลบอยู่ในอาคาร

l หลบใต้โต๊ะ หรือของอย่างอื่นที่สามารถรับน้ำหนักได้

หากคุณอยู่นอกอาคาร

  • หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ก้อนดินอาจเคลื่อนตัวมา
  • มองหาที่สูงที่ไม่อยู่ในเส้นทางที่ก้อนดินอาจไหลมา

หลังเกิดดินไหล

l กลับบ้านเมื่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของคุณแจ้งสถานการณ์ปลอดภัย

l หากคุณติดอยู่ในอาคารพยายามส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย

l หากทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ถูกฝัง ให้ทำอย่างระมัดระวัง เพราะย้ายสิ่งของอาจทำให้เกิดดินไหลซ้ำได้

l ปิดล้อมบริเวณที่ประสบภัยพิบัติ (ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไป)

 

หากคุณจำเ ป็นต้องอพยพให้ระวัง

l โรคติดต่อ เช่น ISPA ท้องร่วง โรคหัด

l อาหารเป็นพิษ

l ภาวะขาดสารอาหาร

l ภาวะเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

รักษาสุขอนามัย

  • ขับถ่ายในห้องสุขาเสมอ
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
  • ดื่มน้ำต้ม

ปัญหาสุขภาพทีเกิดจากดินไหล

  • การเสียชีวิตจาการถูกซากปรักหักพังทับ

· การบาดเจ็บ ซึ่งส่วนมากเกิดขึ้นที่กระดูก

  • การอพยพ

หลักฐานอ้างอิง

ฟ้าแลบ

เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องต้องทำอะไร

· หมอบ และพยายามหาที่หลบที่ปลอดภัยในอาคาร บ้านเรือน หรือรถ

· อยู่ห่างจากปล่องไฟ และต้นไม้สูง

· หากอยู่ในอาคาร รถเมล์ รถไฟ หรือ ในอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ไฟดูด และฟ้าแลบ สามารถไหลผ่านจากอาคารมายังพื้นที่ด้านล่างผ่านกำแพงชั้นนอกได้โดยไม่ทำให้เกิดอันตราย

· แม้ว่าการอยู่ในอาคารที่สร้างจากไม้จะมีความเสี่ยงในการถูกไฟดูดจะน้อยกว่า แต่ก็ควรอยู่ห่างจากกำแพงและเครื่องใช้ไฟฟ้ามากกว่า 1 เมตร

หลักฐานอ้างอิง

อาหารเป็นพิษ

สาเหตุของอาหารเป็นพิษคืออะไร

· อาหารเป็นพิษเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

· แบคทีเรียสามารถทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้เมื่ออยู่ในอุณหภูมิ และความชื้นเหมาะสม

· ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนได้เมื่อเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับอาหารที่รับประทาน เข้าไปเติบโตในระบบทางเดินอาหาร และทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ

· อาหารเป็นพิษไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่ยังสามารถเกิดได้เมื่อรับประทานอาหารในบ้าน ส่วนมากแล้วอาหารเป็นพิษจะมีอาการไม่รุนแรง และถูกวินิจฉัยผิด

· อาหารเป็นพิษสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะมีห้องครัวที่สะอาด หากมีการปนเปื้อนข้ามเกิดขึ้น แบคทีเรียกับไวรัสอาจจะเติบโตในผัก ที่เก็บของ ผ้าเช็ดจาน ฟองน้ำ อ่างล้างจาน เขียง ฯลฯ

  • จำไว้ว่าแบคทีเรียกับไวรัสอาจมีในอาหารที่คุณซื้อมาแล้ว

· แบคทีเรียและไวรัสที่อยู่ที่มือของคุณอาจแพร่กระจายเข้าไปในอาหารได้ ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการปนเปื้อน


อาหารเป็นพิษเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรียในอาหารเข้าสู่ร่างกาย เพื่อป้องกันการอาหารเป็นพิษ การไม่เพิ่มปริมาณของแบคทีเรียเป็นเรื่องสำคัญ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ นี้

ล้างมือของคุณบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลา

  • ก่อนทำอาหาร
  • ก่อนละหลังสัมผัสเนื้อดิบ ปลา และไข่
  • ระหว่างทำอาหาร
  • หลังใช้ห้องน้ำ
  • หลังสัมผัสใบหน้า
  • หลังเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • หลังสัมผัสสัตว์
  • ก่อนนั่งที่โต๊ะกินข้าว
  • ก่อนเก็บอาหารเหลือ

เก็บอาหารในที่เย็น

อุณหภูมิที่ใช้เก็บอาหารเป็นเรื่องสำคัญ

  • เชื้อแบคทีเรียส่วนใหญ่จะเติบโตเร็วกว่าในที่ร้อนชื้น
  • แบคทีเรียที่หยุดเติบโตที่อุณหภูมิ10 °C และไม่สามรถทำงานได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -15°C.
  • เก็บอาหารเข้าตู้เย็นโดยเร็วที่สุด
  • จำไว้ว่าตู้เย็นเสามารถชะลอการเติบโตชองแบคทีเรียได้เท่านั้น และควรจะรับประทานอาหารที่เก็บไว้โดยเร็วที่สุด

ปรุง (หรืออุ่น) อาหารของคุณ

· การปรุง (หรืออุ่น) อาหาร เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส

  • รับประทานเนื้อและปลาที่ปรุงสุก
  • ผักก็ปรุงให้สุก

· ควรอุ่นอาหารคาวให้ร้อนถึงด้านในอย่างน้อยที่อุณหภูมิ 75°C.

รักษาความสะอาดในครัว

แบคทีเรียกับไวรัสสามารถพบได้หลายที่ (เช่น มือ อุปกรณ์ทำอาหาร ชาม เขียง มีด ผ้าเช็ดจาน ฯลฯ

  • ล้างมีดส้อม อุปกรณ์ทำอาหาร และพื้นที่อื่น (เช่น เขียง มีด เคาเตอร์ ถ้วยชาม ฯลฯ) บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาใช้กับเนื้อดิบหรือปลา
  • ป้องกันการแพร่กระจายของเชื่อแบคทีเรียและไวรัสโดยการล้างมือให้สะอาด
  • การล้างมือด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สะอาดพอ
  • คุณต้องล้างซอกเล็บ และซอกนิ้วมือด้วยสบู่
  • วิธีล้างมือที่ถูกต้อง


มาตรการ 6 อย่าง เพื่อป้องกันอาหารเป็นพิษ

เพื่อป้องกันอาหารเป็นพิษในบ้านของท่าน ปฏิบัติตามมาตรการง่ายๆ เหล่านี้ “การซื้อของ” “การเก็บที่บ้าน” “การเตรียมอาหาร” การปรุง” และ “อาหารเหลือ”

การซื้อของ  

  • ตรวจดูวันหมดอายุ

· ซื้ออาหารแช่แข็ง และอาหารสด (เช่น เนื้อและปลา)ทีหลังสุด

  • ใช้ถุงพลาสติกแยกบรรจุอาหารเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม

การเก็บอาหารที่บ้าน  

· นำอาหารแช่เย็น หรือแช่แข็งในตู้เย็นโดยเร็วที่สุด

· เก็บปลา เนื้อ และซอส ในถุงต่างหาก อย่าเก็บปะปนกับอาหารอื่น

· ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสเนื้อ ปลา หรือไข่

· ตั้งอุณหภูมิในตู้เย็นต่ำกว่า 10°C และตั้งอุณหภูมิช่องแข็งต่ำกว่า -15°C

· อย่าเก็บของในตู้เย็น หรือช่องแข็งจนแน่น เพราะจะทำให้อากาศไม่ถ่ายเท

การเตรียมอาหาร

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก่อนเตรียมอาหาร
  • ล้างผลไม้และผักให้น้ำไหลผ่าน

· ระวังไม่ให้เลือดจากเนื้อ หรือปลาปนเปื้อนอาหารชนิดอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่รับประทานโดยไม่ได้ทำให้สุก (เช่น สลัด หรือผลไม้)

· ล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสเนื้อดิบ ปลา หรือไข่

· ล้างเขียง และมีด ด้วยน้ำสบู่ร้อนๆ หลังจากหั่นเนื้อดิบ หรือปลา

· แยกเขียงสำหรับหั่นเนื้อและปลาโดยเฉพาะ(มีเขียง 1 อัน หรับผัก และอีกอันสำหรับเนื้อ)

  • ล้างผักให้สะอาด

· ละลายอาหารแช่แข็งในตู้เย็น หรือไมโครเวฟ ไม่ละลายบนเคาเตอร์

· ละลายอาหารแช่แข็งเท่าที่ต้องการใช้ เลี่ยงการนำอาหารที่ละลายน้ำแข็งแล้วกลับไปแช่แข็งอีกรอบ

  • ซักผ้าเช็ดจานด้วยน้ำร้อนหรือเดือด

· ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทำอาหารด้วยการซัก และล้างด้วยน้ำเดือด

· แยกจานสำหรับเนื้อดิบ และจานสำหรับเนื้อสุก


ปรุงอาหาร  

  • ล้างมือก่อนปรุงอาหารเสมอ

· ปรุงเนื้อและปลาให้สุกถึงข้างใน ที่อุณหภูมิอย่างน้อย 75 °C.

รับประทานอาหาร

  • ล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารเสมอ
  • ใช้จานสะอาด

· รับประทานอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ ไม่วางอาหารทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง

· เวลาอากาศหนาวให้รับประทานอาหารร้อนๆ ในทางกลับกันเวลาอากาศร้อนให้รับประทานอาหารเย็นๆ


าหารเหลื

  • ล้างมือก่อนเก็บอาหารเหลือ
  • เก็บอาหารเหลือใส่ภาชนะที่สะอาด
  • เก็บอาหารแต่ละอย่างแยกกันเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม

· รับประทานหรือทิ้งอาหารที่เหลือภายใน 3 วัน

· ถ้าอาหารเปลี่ยนสภาพ แม้เพียงเล็กน้อยให้ทิ้งไป

  • อุ่นอาหารเหลือให้ร้อนทั่วถึงก่อนรับประทาน

ถ้าคุณคิดว่ามีอาการอาหารเป็นพิษ

อาการท้องเสียและอาเจียนคือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม ไม่รับประทานยาเองและควรไปพบแพทย์โดยเร็ว


 

[A1] The epicenter less than 40 km.は「震源(Hypocenter)の深さが40キロメートル未満」と訳しました。

image-appDownload CARED

Multi platform - Android, Blackberry, iOS.

Pengunjung

Hari ini3
Total76043

Visitor IP : 54.224.49.217 Sabtu, 23 September 2017 11:09
Powered by CoalaWeb